ไตระยะ 3 ห้ามกินอะไร? กินอะไรได้บ้าง ตารางอาหารที่ควรเลี่ยงและกินได้ แยก 3a–3b

คำตอบสั้น ๆ: ไตระยะ 3 ไม่ได้ห้ามกินอาหารทั้งหมวด แต่มี 5 กลุ่มที่ควรเลี่ยงหรือจำกัดมาก คือ ของเค็มและเครื่องปรุงโซเดียมสูง · ของหมักดอง · อาหารแปรรูป/สำเร็จรูปที่เติมฟอสเฟต · ผลไม้และน้ำผลไม้โพแทสเซียมสูง (เมื่อผลเลือดสูง) · โปรตีนเกินโควตา ส่วนข้าว เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา ผักลวก และผลไม้โพแทสเซียมต่ำยังกินได้ในปริมาณที่คุม เป้าหมายคือโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก. และโปรตีน 0.6–0.8 ก./กก./วัน

ไตระยะ 3 (eGFR 30–59) คือช่วงที่คนส่วนใหญ่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นโรคไต และเป็นช่วงที่ การปรับอาหารยังมีผลต่อผลเลือดได้มาก เพราะไตยังทำงานได้ราวครึ่งหนึ่ง คำถาม “ไตระยะ 3 ห้ามกินอะไร” จึงสำคัญกว่าทุกระยะ บทความนี้ตอบเป็นตารางที่ใช้ได้จริงในครัว แยกให้เห็นว่าอะไร “ห้าม” อะไร “จำกัด” และอะไร “กินได้” พร้อมความต่างระหว่างระยะ 3a กับ 3b โดยอิงแนวทาง KDOQI 2020 และคำแนะนำโซเดียมขององค์การอนามัยโลกและสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย

ไม่ต้องเดาว่าควรกินอะไร

ดูแผนอาหารที่คำนวณให้คุณ

💬 ดูแผนอาหารที่คำนวณให้คุณ

ออกแบบโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ · ส่งถึงบ้านทั่วไทย

ไตระยะ 3 ต้องคุมโซเดียม โปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสเท่าไหร่ต่อวัน

ก่อนดูรายการอาหาร ต้องรู้เป้าหมายก่อน เพราะคำว่า “ห้าม” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับผลเลือดล่าสุด ตารางนี้คือเกณฑ์ตั้งต้นที่นักกำหนดอาหารใช้ออกแบบมื้อให้ผู้ป่วยไตระยะ 3

สิ่งที่ต้องคุมเป้าหมายต่อวัน (ไตระยะ 3)คิดเป็นต่อมื้อ (3 มื้อ น้ำหนัก 60 กก.)
โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก.≈ 650 มก. (ไม่เกิน)
โปรตีน0.6–0.8 ก./กก. = 36–48 ก.≈ 12–16 ก. (เนื้อสัตว์สุก 2–3 ช้อนโต๊ะ + ส่วนที่มากับข้าวและผัก)
โพแทสเซียมยังไม่จำกัดถ้าผลเลือดปกติ · 2,000–3,000 มก. เมื่อผลเลือดสูงผลไม้โพแทสเซียมต่ำไม่เกิน 1 ส่วน/มื้อ เมื่อต้องจำกัด
ฟอสฟอรัส800–1,000 มก. เมื่อผลเลือดสูงเลี่ยงฟอสเฟตเติม (วัตถุเจือปนในอาหารแปรรูป) ทุกมื้อ

ที่มา: แนวทาง KDOQI 2020 (โปรตีน) · WHO และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (โซเดียม ≤ 2,000 มก./วัน) · โพแทสเซียม-ฟอสฟอรัสเป็นช่วงที่ใช้เมื่อผลเลือดสูง ต้องปรับรายบุคคล

ข้อสังเกตสำคัญ: โพแทสเซียมและฟอสฟอรัสไม่ได้ต้องจำกัดทุกคนในระยะ 3 ถ้าผลเลือดยังปกติ การงดผักผลไม้ทั้งหมดกลับทำให้ขาดใยอาหารและท้องผูก สิ่งที่ต้องคุมทุกคนแน่นอนคือโซเดียมและโปรตีน

ไตระยะ 3 ห้ามกินอะไร: 5 กลุ่มที่ควรเลี่ยง และสิ่งที่กินแทนได้

ตารางนี้จัดตาม “เหตุผลที่ต้องเลี่ยง” ไม่ใช่ตามชนิดอาหาร เพราะเมื่อเข้าใจเหตุผลแล้ว คุณจะตัดสินใจเองได้กับอาหารที่ไม่อยู่ในรายการ

กลุ่มอาหารห้าม / จำกัดตัวอย่างที่ควรเลี่ยงกินอะไรแทนได้
1. เครื่องปรุงและของเค็ม
โซเดียม
⛔ จำกัดมากน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม ผงปรุงรส ซุปก้อน กะปิ ปลาร้า น้ำจิ้มสำเร็จรูป ไข่เค็ม ปลาเค็มปรุงด้วยเครื่องปรุงโซเดียมต่ำที่ไม่เติมโพแทสเซียมคลอไรด์ ไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อมื้อ ใช้มะนาว พริก กระเทียม ขิง สมุนไพรเพิ่มรส
2. ของหมักดอง
โซเดียม + โพแทสเซียม
⛔ ควรงดผักดอง ผลไม้ดอง หน่อไม้ดอง กิมจิ แหนม ปลาส้ม ไข่เยี่ยวม้าผักสดลวกน้ำเดือดแล้วเทน้ำทิ้ง ผลไม้สดโพแทสเซียมต่ำ
3. อาหารแปรรูป/สำเร็จรูป
โซเดียม + ฟอสเฟตเติม
⛔ ควรงดไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น หมูยอ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลมสีเข้ม อาหารแช่แข็งที่ฉลากมีคำว่า phosphate/E450–E452อาหารปรุงสดจากวัตถุดิบ หรืออาหารเฉพาะโรคที่ระบุโซเดียม-ฟอสฟอรัสต่อมื้อบนฉลาก
4. ผลไม้-ผักโพแทสเซียมสูง
เฉพาะเมื่อผลเลือด K สูง
⚠️ จำกัดตามผลเลือดทุเรียน กล้วย ขนุน ลำไย มะขาม น้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว มะเขือเทศ ฟักทอง มันเทศ ผักใบเขียวเข้มดิบปริมาณมากแอปเปิล ฝรั่ง สับปะรด ชมพู่ องุ่น (1 ส่วน/มื้อ) ผักลวกเทน้ำทิ้ง
5. โปรตีนเกินโควตา
โปรตีน + ฟอสฟอรัส
⚠️ จำกัดปริมาณบุฟเฟต์ปิ้งย่าง เครื่องในสัตว์ เนื้อแดงมื้อใหญ่ เวย์โปรตีน ถั่วและนมถั่วปริมาณมากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ขาว มื้อละ 2–3 ช้อนโต๊ะ กระจาย 3 มื้อ

“ห้าม” ในตารางหมายถึงควรงดในชีวิตประจำวัน ยกเว้นนักกำหนดอาหารหรือแพทย์อนุญาตเป็นรายกรณี · ผู้ที่มีเบาหวานหรือความดันร่วมต้องคุมน้ำตาลและโซเดียมเข้มขึ้นอีก

ระยะ 3a กับ 3b ต่างกันอย่างไรในเรื่องอาหาร

ระยะ 3a (eGFR 45–59) มักยังไม่ต้องจำกัดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส จุดเน้นคือลดโซเดียมให้ต่ำกว่า 2,000 มก. และเริ่มคุมโปรตีนที่ 0.8 ก./กก. ตามแนวทาง KDOQI 2020 ระยะ 3b (eGFR 30–44) ผลเลือดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสเริ่มสูงได้บ่อยขึ้น จึงต้องติดตามผลเลือดตามนัดแพทย์ และให้นักกำหนดอาหารช่วยปรับผลไม้ ผัก และปริมาณเนื้อสัตว์ตามผล โปรตีนมักลดลงมาที่ 0.6–0.8 ก./กก. ทั้งสองระยะยังกินข้าว แป้ง ไขมันดี ได้ตามปกติเพื่อให้พลังงานเพียงพอ ไม่ให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อ

ไตระยะ 3 กินอะไรได้บ้าง (รายการที่ใช้ได้ทุกวัน)

  • ข้าวและแป้ง: ข้าวขาว ข้าวกล้องปริมาณพอดี ขนมปังขาว วุ้นเส้น เส้นหมี่ (ดูเครื่องปรุงที่ใส่มากกว่าตัวเส้น)
  • โปรตีน: ปลาน้ำจืดและปลาทะเลสด ไก่ไม่ติดหนัง หมูไม่ติดมัน ไข่ขาว ไข่ทั้งฟองวันละ 1 ฟอง กุ้งสด
  • ผัก: แตงกวา ฟักเขียว บวบ มะระ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว ลวกแล้วเทน้ำทิ้ง
  • ผลไม้ (1 ส่วน/มื้อ): แอปเปิล ฝรั่ง สับปะรด ชมพู่ แก้วมังกร องุ่น
  • ไขมัน: น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง ในปริมาณปกติ
  • เครื่องดื่ม: น้ำเปล่า ชาจืด กาแฟดำไม่ใส่ครีมเทียม 1 แก้ว/วัน

วิธีคุมอาหารไตระยะ 3 ให้ทำได้จริงทุกวัน

  • เริ่มจากเครื่องปรุงก่อน ไม่ใช่กับข้าว โซเดียมในอาหารไทยส่วนใหญ่มาจากน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส และน้ำจิ้ม แค่ลดเครื่องปรุงเหลือ 1 ช้อนชาต่อมื้อ และเลิกเติมบนโต๊ะ ก็ลดโซเดียมลงไปได้มากแล้ว
  • ใช้ “ช้อนโต๊ะเนื้อสัตว์” เป็นหน่วยนับโปรตีน เนื้อสัตว์สุกทั่วไป 2 ช้อนโต๊ะ (≈ 30 กรัม) ให้โปรตีนประมาณ 7 กรัม (เนื้อวัวไม่ติดมันให้มากกว่านี้ ดูบทเนื้อวัว) คนน้ำหนัก 60 กก. ที่โควตา 0.8 ก./กก. = 48 กรัม/วัน โดยราวครึ่งหนึ่งมาจากข้าวและผักอยู่แล้ว จึงเหลือโควตาเนื้อสัตว์ราว 2–3 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ
  • ลวกผัก เทน้ำทิ้ง ช่วยลดโพแทสเซียมในผักลงได้ส่วนหนึ่ง ใช้กับผักใบเขียวและหัวมันที่อยากกินเป็นครั้งคราว
  • อ่านฉลาก 2 คำ: “โซเดียม” และ “ฟอสเฟต” อาหารสำเร็จรูปที่มีโซเดียมเกิน 400 มก./หน่วยบริโภค หรือมีส่วนผสมลงท้ายว่า -phosphate ให้วางคืน
  • อย่าอดอาหารเพื่อลดโปรตีน พลังงานต้องพอ (ประมาณ 25–35 กิโลแคลอรี/กก./วัน ตาม KDOQI 2020) ไม่งั้นร่างกายจะสลายกล้ามเนื้อและค่าของเสียในเลือดกลับสูงขึ้น
  • ดูผลเลือดตามนัดแพทย์ แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญปรับ ค่าที่ใช้ดูคือ eGFR โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และอัลบูมิน ให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารเป็นคนบอกว่าควรเข้มขึ้นหรือผ่อนได้

ถ้าไม่อยากคำนวณเองทุกมื้อ ทีมนักกำหนดอาหารของเราออกแบบปิ่นโตอาหารโรคไตที่ระบุโซเดียม โปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสต่อมื้อ และปรับสูตรตามผลเลือดของแต่ละคนไว้แล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ไตระยะ 3 กินไข่ได้ไหม

ได้ ไข่เป็นโปรตีนคุณภาพดีที่ร่างกายใช้ได้ครบ ไตระยะ 3 กินไข่ทั้งฟองได้วันละ 1 ฟอง หรือไข่ขาว 2–3 ฟองต่อมื้อแทนเนื้อสัตว์ โดยนับรวมในโควตาโปรตีนต่อวัน (0.6–0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ผู้ที่ฟอสฟอรัสในเลือดสูงให้เน้นไข่ขาวมากกว่าไข่แดง

ไตระยะ 3 ต้องงดผลไม้ทั้งหมดไหม

ไม่ต้อง ถ้าผลเลือดโพแทสเซียมยังปกติ กินผลไม้โพแทสเซียมต่ำได้มื้อละ 1 ส่วน เช่น แอปเปิล ฝรั่ง สับปะรด ชมพู่ องุ่น ที่ควรเลี่ยงคือผลไม้โพแทสเซียมสูงอย่างทุเรียน กล้วย ขนุน ลำไย และน้ำผลไม้คั้น ซึ่งรวมโพแทสเซียมจากผลไม้หลายลูกไว้ในแก้วเดียว

⚡ สำหรับคนที่จริงจังกับสุขภาพ

อ่านแล้วงงว่าต้องกินยังไงดี?

ให้เราช่วยวางแผนให้คุณ

✨ ปรึกษาฟรี ทาง LINE

ทัก LINE ได้ทันที · ไม่ต้องกรอกฟอร์ม

ไตระยะ 3 กินข้าวกล้องได้ไหม

ได้ในปริมาณพอดี ข้าวกล้องมีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมมากกว่าข้าวขาว แต่ยังอยู่ในระดับที่ไตระยะ 3 ที่ผลเลือดปกติรับได้ หากฟอสฟอรัสในเลือดสูงให้สลับเป็นข้าวขาวหรือผสมข้าวกล้องครึ่งหนึ่ง

ฟรี · ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไม่แน่ใจว่าผลเลือดของคุณกินอาหารกลุ่มนี้ได้แค่ไหน?

ให้นักกำหนดอาหารดูผลเลือดแล้วจัดเมนูให้ฟรี

💬 ส่งผลเลือดให้นักกำหนดอาหารทาง LINE

ทัก LINE ได้ทันที · ไม่ต้องกรอกฟอร์ม · ดูแลโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Green & Organic
ผลเลือดที่ส่งมาใช้เพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการเท่านั้น ไม่นำไปใช้อย่างอื่น

บทความนี้ให้ข้อมูลด้านโภชนาการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารประจำตัวก่อนปรับอาหาร โดยเฉพาะเมื่อมีผลเลือดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสสูง


ยังไม่แน่ใจว่าเมนูไหนกินได้บ้าง?

เข้ากลุ่ม “อาหารเฉพาะโรค โดยทีมนักโภชนาการ” ถามได้ทุกวัน — เมนูนี้ผู้ป่วยไตทานได้ไหม ผลไม้อะไรกินได้บ้าง ลดเค็มยังไงไม่ให้จืด ตอบโดยทีมนักโภชนาการ Green & Organic ไม่มีค่าใช้จ่าย

เข้ากลุ่มฟรี →

ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง

เริ่มด้วยอาหารที่เหมาะกับคุณ

นักโภชนาการดูแลทุกเคส · ดูแลผู้ใช้แล้ว 10,000+ ราย

บทความนี้ให้ข้อมูลด้านโภชนาการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารประจำตัวก่อนปรับอาหาร

Similar Posts