img Blog C3 KidneyDisease Fruits Safe og 1200x630 1

โรคไตกินผลไม้อะไรได้บ้าง? 20 ชนิดโพแทสเซียมต่ำ + ปริมาณปลอดภัย

โรคไตกินผลไม้อะไรได้บ้าง? 20 ชนิดโพแทสเซียมต่ำ + ปริมาณปลอดภัย

เผยแพร่: เมษายน 2026 | เขียนโดย: ทีมนักโภชนาการ Green & Organic


🍎 INTRO

ข่าวดี: โรคไต กินผลไม้ได้ — แค่ต้องเลือก! ผลไม้โพแทสเซียมต่ำช่วยให้ผู้ป่วยยังได้วิตามิน ไฟเบอร์ ความสดชื่น โดยไม่เสี่ยง Hyperkalemia

ไม่ต้องเดาว่าควรกินอะไร

ดูปิ่นโตอาหารไตที่คำนวณให้คุณ

💬 ดูปิ่นโตอาหารไต (คำนวณโซเดียมแล้ว)

ออกแบบโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ · ส่งถึงบ้านทั่วไทย

หลังจากรู้แล้วว่า 15 ผลไม้ห้ามกิน (กล้วย มะม่วง ฝรั่ง ทุเรียน ขนุน) — บทความนี้บอก 20 ผลไม้ที่ปลอดภัย พร้อมปริมาณต่อ Stage


💡 หลักการเลือกผลไม้สำหรับโรคไต

Low K+ = < 200 mg/100g (ปลอดภัยสำหรับ Stage 3-5)
Medium K+ = 200-300 mg/100g (ต้องจำกัดปริมาณ)
High K+ = > 300 mg/100g (หลีกเลี่ยง)

ปริมาณต่อวัน:

  • Stage 3a: K+ รวมจากผลไม้ไม่เกิน 500 mg/วัน
  • Stage 3b: K+ รวมไม่เกิน 300 mg/วัน
  • Stage 4-5: K+ รวมไม่เกิน 200 mg/วัน

📊 20 ผลไม้ปลอดภัย (K+ ต่ำ)

#ผลไม้K+ (mg/100g)ปริมาณแนะนำ Stage 4ระดับ
1มังคุด633 ผล/วัน⭐⭐⭐
2ส้มโอ (Pomelo)741-2 ชิ้น⭐⭐⭐
3บลูเบอร์รี่771/2 ถ้วย⭐⭐⭐
4แอปเปิล951/2-1 ผล⭐⭐⭐
5สาลี่1161/2 ผล⭐⭐
6ลูกพีช1331/2-1 ผล⭐⭐
7พลัม1571-2 ผล⭐⭐
8ราสเบอร์รี่1511/2 ถ้วย⭐⭐
9ชมพู่1592-3 ผล⭐⭐
10แตงโม (1-2 ชิ้น)1121 ชิ้นเล็ก⭐⭐
11องุ่นแดง19110-15 ลูก⭐⭐
12องุ่นเขียว19110-15 ลูก⭐⭐
13สับปะรด1091 ชิ้นเล็ก⭐⭐⭐
14ส้มเขียวหวาน1661 ผล⭐⭐
15เชอร์รี่22210 ลูก
16มะนาว (น้ำคั้น)1382-3 ช้อน⭐⭐
17แก้วมังกรขาว1161/2 ผล⭐⭐
18ลูกเกด77 (แห้ง)10 เม็ด⭐⭐⭐
19มะเฟือง133⚠️ ไม่แนะนำ⚠️
20ชมพู่ม่าเหมี่ยว1311 ผล⭐⭐

⭐⭐⭐ = Stage 4-5 กินได้ / ⭐⭐ = Stage 3 กินได้ / ⭐ = จำกัด

⚠️ มะเฟือง (Star Fruit): มีสาร Caramboxin ที่อันตรายต่อผู้ป่วยไต — ห้ามกินเด็ดขาด แม้จะ K+ ต่ำ!


🥇 TOP 5 ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับโรคไต

1. มังคุด (K+ 63 mg/100g) ⭐⭐⭐

ราชินีผลไม้สำหรับโรคไต — K+ ต่ำที่สุด, Antioxidant สูง (Xanthone) ต้านอักเสบ
Stage 4-5: กินได้ 3 ผล/วัน

2. ส้มโอ (K+ 74 mg/100g) ⭐⭐⭐

วิตามิน C สูง เปรี้ยวหวาน สดชื่น
Stage 4-5: 1-2 ชิ้น/วัน

3. บลูเบอร์รี่ (K+ 77 mg/100g) ⭐⭐⭐

Anthocyanin สูง — ต้านอักเสบ ดีต่อไต + หัวใจ
Stage 4-5: 1/2 ถ้วย/วัน

4. แอปเปิล (K+ 95 mg/100g) ⭐⭐⭐

Pectin (Fiber ละลายน้ำ) ช่วยชะลอการดูดซึม K+ จากอาหารอื่น
Stage 3-4: 1 ผล/วัน / Stage 5: 1/2 ผล/วัน

5. สับปะรด (K+ 109 mg/100g) ⭐⭐⭐

Bromelain ช่วยย่อยโปรตีน (ดีสำหรับผู้ป่วยที่จำกัดโปรตีน)
Stage 3-5: 1 ชิ้นเล็ก/วัน


🔪 เทคนิคลด K+ ในผลไม้

1. การแช่น้ำ (Potassium Leaching)

หั่นเป็นชิ้นเล็ก → แช่น้ำ 2-4 ชม. (เปลี่ยนน้ำ 2-3 ครั้ง) → ลด K+ ได้ 30-50%

เหมาะกับ: แอปเปิล สาลี่ (กินสุกได้)

⚡ สำหรับคนที่จริงจังกับสุขภาพ

อ่านแล้วงงว่าต้องกินยังไงดี?

ให้เราช่วยวางแผนให้คุณ

✨ ปรึกษาฟรี ทาง LINE

ทัก LINE ได้ทันที · ไม่ต้องกรอกฟอร์ม

2. การลวก (Blanching)

ลวกในน้ำเดือด 3-5 นาที → ทิ้งน้ำ → ลด K+ ได้ 30-40%

3. ปอกเปลือก

เปลือกผลไม้มี K+ สูงกว่าเนื้อ → ปอกก่อนกิน


📏 ปริมาณต่อวัน (แนะนำ)

Stage 3a: 2-3 ส่วน/วัน (K+ รวม ≤ 500 mg) — ผลไม้หลากหลายได้
Stage 3b: 2 ส่วน/วัน (K+ ≤ 300 mg) — เลือก Low K+
Stage 4: 1 ส่วน/วัน (K+ ≤ 200 mg) — เฉพาะ Low K+ เท่านั้น
Stage 5: 1/2 ส่วน/วัน (K+ ≤ 100 mg) — ต้องคำนวณ

1 ส่วน = 100-150 g ผลไม้ = ผลขนาดกลาง 1 ผล หรือ 1/2 ถ้วย berries


📋 FAQ

Q: ดื่มน้ำผลไม้แทนได้ไหม?
A: ไม่! น้ำคั้นเข้มข้น = K+ เข้มข้น + ไม่มี Fiber ชะลอ = K+ ดูดซึมเร็ว → เสี่ยงสูง กินผลไม้สดดีกว่า

Q: ผลไม้อบแห้งได้ไหม?
A: ไม่ได้! ผลไม้อบแห้งมี K+ เข้มข้นกว่าสด 5-8 เท่า (ลูกเกด 77 mg/10 เม็ด = ปลอดภัย, แต่ถ้ากิน 1 ถ้วย = 770+ mg K+)

Q: กินผลไม้ตอนไหนดีที่สุด?
A: ก่อนอาหาร 30 นาที หรือ หลังอาหาร 2 ชั่วโมง (ช่วยให้ Fiber ทำงานชะลอการดูดซึม)

Q: มะเฟืองมี K+ ต่ำ กินได้ไหม?
A: ห้ามเด็ดขาด! มีสาร Caramboxin ที่เป็นพิษต่อไตเสื่อม — แม้จะ K+ ต่ำ

Q: ปริมาณต่อวันที่แนะนำ?
A: Stage 4: 1 ส่วน (100-150g) / Stage 3: 2 ส่วน / Stage 5: 1/2 ส่วน


🏥 ปรึกษานักโภชนาการฟรี

รับแผนผลไม้ 7 วันตาม Stage

💬 ทัก LINE | 🍱 ดูปิ่นโตอาหารไต | 📞 095-939-5199


🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมนักโภชนาการวิชาชีพ Green & Organic อ้างอิงจาก USDA Food Composition Database, NKF, Thai Kidney Society, Kidney Foodie Database

ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง

เริ่มด้วยอาหารที่เหมาะกับคุณ

นักโภชนาการดูแลทุกเคส · ดูแลผู้ใช้แล้ว 10,000+ ราย

Similar Posts