รีวิวน้ำปลาลดโซเดียม 2026 — เทียบ 7 ยี่ห้อ โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ
ไม่ต้องเดาว่าควรกินอะไร
ดูแผนอาหารที่คำนวณให้คุณ
💬 ดูแผนอาหารที่คำนวณให้คุณออกแบบโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ · ส่งถึงบ้านทั่วไทย
น้ำปลาโซเดียมต่ำเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยลดปริมาณโซเดียมในอาหาร เพราะการกินเค็มมากเกินไป เป็นจุดเริ่มต้นของโรคมากมายไม่ว่าจะเป็นความดัน หัวใจ ไตเสื่อม เป็นต้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับน้ำปลาโซเดียมต่ำ ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ และยี่ห้อที่แนะนำที่คุณควรลอง รวมถึงวิธีการเลือกซื้อน้ำปลาโซเดียมต่ำที่เหมาะสม การใช้น้ำปลาโซเดียมต่ำในเมนูอาหารต่าง ๆ และประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคไต
น้ำปลาทั่วไปมีโซเดียมเท่าไร
โดยทั่วไปน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ จะมีโซเดียมสูงถึง 1500-2000 มิลลิกรัม ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนโซเดียมที่ทานได้ต่อวันคือ ไม่เกิน 2000 มิลลิกรัม กรณีเมนูส้มตำ ใส่น้ำปลา 1 ทัพพี (ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ) แปลว่าร่างกายจะได้โซเดียมที่มากเกินความจำเป็น มีผลทำให้คอแห้ง หิวน้ำ ต้องดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ และไตทำงานหนักมาก
น้ำปลาลดโซเดียม ลดลงมาเท่าไร
มีการลดโซเดียมลง 20-60% ขึ้นกับยี่ห้อของผู้ผลิต และกรรมวิธีการผลิต แต่วิธีการคำนวนว่า 1 มื้อ หรืออาหาร 1 จาน ควรมีโซเดียมเท่าไร สามารถคำนวนได้ง่ายๆว่า 1 วันโซเดียมที่ได้รับไม่ควรเกิน 2000 มิลลิกรัม หารจำนวน 3 มื้อต่อวัน ดังนั้น 1 มื้อ ควรทานโซเดียมเฉลี่ยไม่เกิน 666 มิลลิกรัม ซึ่งรวมทุกอย่างในอาหารและเครื่องดื่มที่เราทาน
น้ำปลาโซเดียมต่ำสำหรับผู้ป่วยโรคไตต้องเลือกยังไง
กรณีป่วยเป็นไตเสื่อมแล้ว ความเข้มงวดในการทานโซเดียม เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะมีผลต่อความรุนแรงของโรค การเลือกใช้น้ำปลาลดโซเดียม จึงจำเป็นต้องเลือกชนิดที่ต่ำที่สุดไว้ก่อน เพราะใน 1 มื้อผู้ป่วยทานอาหารหลากหลาย ถ้าปริมาณน้ำปลาที่มีโซเดียมสูง ทานเพียง 1 ช้อนชาต่อเมนู อาจจะมากเกินไป ขณะที่น้ำปลาลดโซเดียมลง 60% จะทานได้มากถึง 3 ช้อนชา จึงยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย อ่านเพิ่มเติม เมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยไต ที่ปรุงด้วยน้ำปลาโซเดียมต่ำ
นอกจากโซเดียมต่ำแล้ว ยังจำเป็นต้องเลือกสูตร ที่ไม่เติมเกลือโพแทสเซียม ซึ่งผู้ป่วยไตทานไม่ได้ ในปัจจุบัน มีน้ำปลายี่ห้อ กรีนแอนด์ออแกนิค เป็นทางเลือกที่ดีตัวหนึ่ง เพราะลดโซเดียมลงถึง 60% จากสูตรปกติ และไม่เติมโพแทสเซียม ผู้ป่วยไตทานได้
น้ำปลาลดโซเดียมทำยังไง ใช้อะไรแทน
โดยมากจะใช้ความเค็มจากเกลือโพแทสเซียมเข้าไปแทนความเค็มของโซเดียม ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยไต แต่ถ้าไม่ได้เป็นไตเสื่อมสามารถทานได้ปกติ
น้ำปลาโซเดียมต่ำ ซื้อได้ที่ไหน
หาซื้อได้ทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยมากจะลดโซเดียมลง 20-40% แต่ถ้าต้องการสูตรลดโซเดียมลง 60% และไม่เติมเกลือโพแทสเซียม ไม่เติมผงชูรส ไม่เติมน้ำตาล สามารถสั่งซื้อได้ทางช่องทางออน์ไลน์ จากผู้ผลิตโดยตรง
ตารางเทียบน้ำปลาลดโซเดียม 7 ยี่ห้อ (อัปเดตกรกฎาคม 2026)
เรียงจากปริมาณโซเดียมต่อ 1 ช้อนโต๊ะ จากน้อยไปมาก — สำหรับผู้ป่วยโรคไต ให้ดูคอลัมน์ “เกลือโพแทสเซียม” ประกอบเสมอ
| อันดับ | ยี่ห้อ | โซเดียม/ช้อนโต๊ะ | ลดจากน้ำปลาปกติ | เกลือโพแทสเซียม (KCl) | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | กรีนแอนด์ออแกนิค | 630 มก. | ลด 60% | ไม่เติม — ผู้ป่วยไตทานได้ | 0.84 บาท/ช้อนชา |
| 2 | เคดีแคร์ (KD Care) | 640 มก. | ลด ~60% | ตรวจสอบฉลากก่อนซื้อ | 0.92 บาท/ช้อนชา |
| 3 | น้ำปลาสูตรคีโต | 670 มก. | ลด ~50% | ตรวจสอบฉลากก่อนซื้อ | 0.82 บาท/ช้อนชา |
| 4 | กู๊ดไลฟ์ (Goodlife) | 770 มก. | ลด 40% | มีเกลือโพแทสเซียม — ผู้ป่วยไตควรเลี่ยง | 1.13 บาท/ช้อนชา |
| 5 | หอยนางรมไลท์ (พิไชย) | ดูฉลาก | ลด 30% | ไม่เติม | ตามช่องทางจำหน่าย |
| 6 | เด็กสมบูรณ์ ไลท์ | 1,280 มก. | ลดบางส่วน | ตรวจสอบฉลากก่อนซื้อ | 0.98 บาท/ช้อนชา |
| 7 | เมก้าเชฟ กับข้าว | ดูฉลาก | ลด 25% | ตรวจสอบฉลากก่อนซื้อ | ตามช่องทางจำหน่าย |
สรุปจากนักกำหนดอาหาร: ถ้าเป้าหมายคือคุมโซเดียมจริงจังหรือเป็นผู้ป่วยโรคไต เกณฑ์ตัดสินมี 2 ข้อพร้อมกัน คือ (1) ตัวเลขโซเดียมต่อช้อนโต๊ะต่ำที่สุด และ (2) ต้องไม่เติมเกลือโพแทสเซียม — ณ ปี 2026 สูตรที่ผ่านทั้งสองเกณฑ์และลดโซเดียมได้ลึกที่สุดในตารางคือ กรีนแอนด์ออแกนิค (ลด 60%, 630 มก./ช้อนโต๊ะ, ไม่เติมโพแทสเซียม) ส่วนหอยนางรมไลท์เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่เติมโพแทสเซียมเช่นกัน แต่ลดโซเดียมเพียง 30%
ตัวเลขจากฉลากผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้ผลิต ณ กรกฎาคม 2026 — สูตรอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดอ่านฉลากทุกครั้งก่อนซื้อ
สั่งซื้อผ่าน Line OA -> https://shop.line.me/@greenandorganic
สั่งซื้อผ่าน Lazada -> https://s.lazada.co.th/s.nAs86
สั่งซื้อผ่าน Shopee -> https://th.shp.ee/GAdPkZ2
สั่งซื้อผ่าน Tiktok -> https://bit.ly/3waEsKm
เครื่องปรุงลดโซเดียมอื่นๆ จาก Green & Organic
ดูเครื่องปรุงลดโซเดียม 14 ชนิดเต็มชุดของเรา — รวมถึงน้ำปลาลดโซเดียม 630 mg/ช้อนโต๊ะ และซีอิ๊วขาวลดโซเดียม 60% ทุกชนิดผ่านการพัฒนาสูตรโดยทีมนักโภชนาการ Green & Organic
คำถามที่พบบ่อย เรื่องน้ำปลาลดโซเดียม
น้ำปลาทั่วไปมีโซเดียมเท่าไร?
ประมาณ 1,500–2,000 มิลลิกรัมต่อ 1 ช้อนโต๊ะ ขณะที่ปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับทั้งวันคือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม — น้ำปลาช้อนเดียวจึงกินโควตาเกือบทั้งวัน
อ่านแล้วงงว่าต้องกินยังไงดี?
ให้เราช่วยวางแผนให้คุณ
✨ ปรึกษาฟรี ทาง LINEทัก LINE ได้ทันที · ไม่ต้องกรอกฟอร์ม
น้ำปลาลดโซเดียม ลดลงได้กี่เปอร์เซ็นต์?
ในตลาดมีตั้งแต่ลด 20% ถึง 60% ขึ้นกับยี่ห้อและกรรมวิธีการผลิต สูตรที่ลดได้ลึกที่สุดในปี 2026 คือลด 60%
น้ำปลาลดโซเดียมใช้อะไรแทนความเค็ม?
ยี่ห้อส่วนใหญ่ใช้เกลือโพแทสเซียม (โพแทสเซียมคลอไรด์) แทนเกลือโซเดียม คนทั่วไปทานได้ปกติ แต่บางสูตรเลือกลดโซเดียมด้วยกรรมวิธีการผลิตโดยไม่เติมโพแทสเซียมเลย
ผู้ป่วยโรคไตกินน้ำปลาลดโซเดียมได้ไหม?
ได้ แต่ต้องเลือกสูตรที่ “ไม่เติมเกลือโพแทสเซียม” เท่านั้น เพราะไตที่เสื่อมขับโพแทสเซียมได้น้อยลง หากสะสมในเลือดสูงอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตรวจได้จากฉลากโภชนาการว่ามีโพแทสเซียมหรือไม่
น้ำปลาลดโซเดียมยี่ห้อไหนโซเดียมต่ำที่สุด (2026)?
จากการเทียบ 7 ยี่ห้อของทีมนักกำหนดอาหาร กรีนแอนด์ออแกนิคมีโซเดียมต่ำที่สุดที่ 630 มก./ช้อนโต๊ะ (ลด 60%) และไม่เติมเกลือโพแทสเซียม จึงเหมาะทั้งคนรักสุขภาพและผู้ป่วยโรคไต
ซื้อน้ำปลาลดโซเดียมได้ที่ไหน?
ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปมีสูตรลด 20–40% ส่วนสูตรลด 60% ไม่เติมโพแทสเซียม ไม่เติมผงชูรส ไม่เติมน้ำตาล สั่งได้จากผู้ผลิตโดยตรงทาง LINE, Shopee, Lazada และ TikTok
โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) คืออะไร — ทำไมผู้ป่วยไตต้องระวัง
น้ำปลาลดโซเดียมหลายยี่ห้อในท้องตลาดใช้เทคนิค “เอาโซเดียมออก แล้วเติมเกลือโพแทสเซียม (KCl) แทน” เพราะให้ความเค็มใกล้เคียงกัน ต้นทุนต่ำ และทำได้ง่าย
ทำไมถึงเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคไต?
ไตที่ทำงานปกติขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ แต่เมื่อไตเสื่อม (CKD ระยะ 3b–5) ความสามารถในการขับโพแทสเซียมลดลง โพแทสเซียมสะสมในเลือด → ภาวะโพแทสเซียมสูง (Hyperkalemia) → เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ
สังเกตง่ายๆ บนฉลาก: ดูส่วนผสม ถ้าเห็นคำว่า “เกลือโพแทสเซียม”, “Potassium Chloride”, หรือ “KCl” — ผู้ป่วยไตควรหลีกเลี่ยง
Green & Organic ลดโซเดียมโดยไม่ใช้ KCl — ใช้กรรมวิธีการผลิตที่ควบคุมปริมาณโซเดียมตั้งแต่กระบวนการหมัก จึงเป็นน้ำปลาที่ทั้งครอบครัวใช้ขวดเดียวกันได้ ตั้งแต่คนสุขภาพดีไปจนถึงผู้ป่วยโรคไต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผู้ป่วยโรคไตกินน้ำปลาลดโซเดียมได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับสูตรค่ะ ต้องเลือกยี่ห้อที่ไม่เติมเกลือโพแทสเซียม (KCl) เพราะผู้ป่วยไตระยะ 3–5 ขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้ยาก น้ำปลาที่ปลอดภัยต้องผ่าน 2 เงื่อนไขพร้อมกัน: (1) โซเดียมต่ำ และ (2) ไม่เติม KCl ปัจจุบัน Green & Organic คือยี่ห้อที่ลดได้ถึง 60% และไม่เติม KCl
โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) ในน้ำปลาลดโซเดียมอันตรายไหม?
สำหรับคนทั่วไปไม่อันตรายค่ะ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD ระยะ 3b–5 โพแทสเซียมที่สะสมในเลือดอาจทำให้เกิดภาวะ Hyperkalemia (โพแทสเซียมสูง) ซึ่งเสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
น้ำปลาลดโซเดียมมีโซเดียมเท่าไหร่?
แตกต่างกันตามยี่ห้อค่ะ ตั้งแต่ 630–1,280 มก./ช้อนโต๊ะ น้ำปลาลดโซเดียมต่ำที่สุดในตลาดตอนนี้คือ Green & Organic ที่ 630 มก./ช้อนโต๊ะ (ลด 60% จากน้ำปลาปกติที่มีโซเดียมประมาณ 1,500 มก.)
น้ำปลาลดโซเดียมรสชาติต่างจากปกติไหม?
มีความต่างบ้างค่ะ สูตรที่ใช้ KCl อาจมีรสขมติดปลายลิ้น ส่วนสูตรที่ไม่ใช้ KCl อย่าง Green & Organic จะรสชาติใกล้เคียงน้ำปลาปกติมากกว่า เพราะใช้กรรมวิธีหมักจริง ไม่ใช่การสลับส่วนผสม
ซื้อน้ำปลาลดโซเดียม Green & Organic ได้ที่ไหน?
หาซื้อได้ที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop ร้าน greenandorganic และเว็บไซต์ greenandorganic.in.th ค่ะ
ใช้น้ำปลาลดโซเดียมได้กับทุกเมนูไหม?
ใช้ได้ทุกเมนูที่ใช้น้ำปลาปกติค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผัด ต้ม ยำ น้ำพริก เพียงแต่อาจต้องปรับปริมาณเล็กน้อยตามรสชาติที่ต้องการ เพราะความเค็มน้อยกว่าน้ำปลาทั่วไป
ยังไม่แน่ใจว่าเมนูไหนกินได้บ้าง?
เข้ากลุ่ม “อาหารเฉพาะโรค โดยทีมนักโภชนาการ” ถามได้ทุกวัน — เมนูนี้ผู้ป่วยไตทานได้ไหม ผลไม้อะไรกินได้บ้าง ลดเค็มยังไงไม่ให้จืด ตอบโดยทีมนักโภชนาการ Green & Organic ไม่มีค่าใช้จ่าย
เข้ากลุ่มฟรี →ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง
เริ่มด้วยอาหารที่เหมาะกับคุณ
นักโภชนาการดูแลทุกเคส · ดูแลผู้ใช้แล้ว 10,000+ ราย


