img blog 08 diabetes eat og 1200x630 1

เบาหวานกินอะไรได้บ้าง? รายการอาหาร 50+ ชนิดที่ผู้ป่วยเบาหวานกินได้จริง

เบาหวานกินอะไรได้บ้าง? รายการอาหาร 50+ ชนิดที่ผู้ป่วยเบาหวานกินได้จริง

เผยแพร่: เมษายน 2026 | เขียนโดย: ทีมนักโภชนาการ Green & Organic | อ่าน 10 นาที


หนึ่งในความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับเบาหวานคือ “ต้องอดทุกอย่างที่อร่อย” — ความจริงคือผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินอาหารได้หลากหลายกว่าที่คิด แค่ต้องรู้จัก เลือกชนิด ควบคุมปริมาณ และกินในเวลาที่เหมาะสม หนังสือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคเบาหวาน แนะนำอาหารกว่า 60 ชนิดที่ช่วย ควบคุมน้ำตาลในเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อน ได้จริง

ไม่ต้องเดาว่าควรกินอะไร

ดูแผนอาหารที่คำนวณให้คุณ

💬 ดูแผนอาหารที่คำนวณให้คุณ

ออกแบบโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ · ส่งถึงบ้านทั่วไทย

บทความนี้ทีมนักโภชนาการของ Green & Organic รวบรวม 50+ อาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานกินได้ปลอดภัย แบ่งตามหมวด — คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผัก ผลไม้ ไขมันดี และเครื่องดื่ม — พร้อม ค่าดัชนีน้ำตาล (GI) และ ปริมาณแนะนำต่อวัน ตามหลักการโภชนบำบัดสำหรับเบาหวาน

ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากหนังสือต้นฉบับที่รวบรวม ค่า GI, แคลอรี่, และประโยชน์ต่อเบาหวานของอาหารไทยและอาหารทั่วโลก พร้อมแนวทางประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน สำหรับภาพรวมและอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง แนะนำอ่าน เบาหวานห้ามกินอะไร? 15 อาหารอันตราย ควบคู่กัน


หลักการเลือกอาหารสำหรับเบาหวาน — เข้าใจ GI ใน 2 นาที

ก่อนไปที่รายการอาหาร ต้องเข้าใจคำว่า Glycemic Index (GI) ก่อน — GI คือตัวเลขที่บอกว่าอาหารทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มเร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับกลูโคสบริสุทธิ์ (GI 100) ผู้ป่วยเบาหวานควรเน้นอาหาร GI ต่ำ (< 55) หรือปานกลาง (56-69) ส่วนอาหาร GI สูง (> 70) ควรจำกัดหรือหลีกเลี่ยง

อาหาร GI ต่ำดูดซึมช้า ทำให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ ขึ้นและไม่พุ่งสูงหลังกิน ทำให้ตับอ่อนไม่ต้องทำงานหนัก และร่างกายคุมน้ำตาลได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ ปริมาณ (Portion) สำคัญพอๆ กับชนิดอาหาร — แม้แต่อาหาร GI ต่ำถ้ากินเยอะเกินไปก็ยังทำให้น้ำตาลพุ่งได้ ผู้ป่วยเบาหวานควรใช้หลัก “จานสมดุล (Plate Method)”: ½ จาน = ผัก, ¼ จาน = โปรตีน, ¼ จาน = คาร์บ GI ต่ำ


💡 ตารางอาหาร 6 หมวดที่เบาหวานกินได้

หมวดอาหารตัวอย่างปริมาณ/วันGI เฉลี่ย
คาร์บ GI ต่ำข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ควินัว บัควีต2-3 ทัพพี45-55
โปรตีนคุณภาพสูงไข่ ปลาเนื้อขาว ไก่อก เต้าหู้ ถั่ว0.8-1.0 g/kg
ผักใบเขียวและผักไม่เป็นแป้งกะหล่ำปลี ผักโขม แตงกวา ฟักครึ่งจาน/มื้อ< 15
ผลไม้ GI ต่ำแอปเปิล ฝรั่ง สตรอว์เบอรี่ ชมพู่2-3 ส่วน30-45
ไขมันดีถั่ว เมล็ดทานตะวัน น้ำมันมะกอก อโวคาโด20-30g
เครื่องดื่มน้ำเปล่า ชา/กาแฟดำ นมจืด1.5-2 L< 30

หมวด 1: ธัญพืชและคาร์โบไฮเดรต GI ต่ำ

คาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานกังวลมากที่สุด แต่จริงๆ แล้วกินได้ แค่ต้องเลือกชนิดและควบคุมปริมาณ ในหนังสือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคเบาหวาน แนะนำ ธัญพืชกลุ่มนี้อย่างชัดเจน:

ข้าวโพด (GI 55) — ใน DBK หน้า 58 ระบุว่ามี “แมกนีเซียม โครเมียม และกลูตาไธโอน ที่ช่วยควบคุมการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินและเพิ่มศักยภาพอินซูลิน” แนะนำแป้งข้าวโพดวันละ 70 กรัม

ข้าวกล้อง (GI 55) — เส้นใยสูงกว่าข้าวขาว 4 เท่า ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล แนะนำ 2-3 ทัพพี/วัน

ควินัว (GI 53) — โปรตีนสมบูรณ์ (มีกรดอะมิโนครบ 9 ชนิด) เหมาะแทนข้าวในบางมื้อ

บัควีต (GI 49) — มี Rutin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เพิ่มความไวอินซูลิน

ข้าวบาร์เลย์ (GI 25) — หนึ่งในธัญพืชที่ GI ต่ำที่สุด แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ข้าวโอ๊ต Rolled Oats (GI 55) — เบต้ากลูแคนช่วยลดคอเลสเตอรอลและคุมน้ำตาล ดีต่ออาหารเช้า


หมวด 2: ถั่วและเมล็ดพืช — Superfood ของเบาหวาน

ถั่วและเมล็ดพืชเป็นกลุ่มอาหารที่ DBK หน้า 82-105 แนะนำอย่างยิ่งเพราะมี เส้นใยสูง โปรตีนพืช และไขมันดี ที่ชะลอการดูดซึมน้ำตาล

ถั่วเขียว (GI 27.2) — ตาม DBK หน้า 82 “ลดระดับน้ำตาลในเลือดทั้งขณะท้องว่างและหลังมื้ออาหาร มีผลในการรักษาโรคอ้วนและโรคเบาหวาน” และยัง “ช่วยรักษาโรคเบาหวานแทรกซ้อนโรคไต” ด้วย แนะนำ 40 กรัม/วัน

ถั่วเหลือง (GI 15) — โปรตีนคุณภาพสูง, Isoflavone ที่ช่วยเพิ่มความไวอินซูลิน

ถั่วดำ (GI 30) — เส้นใยสูงมาก + สีดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ถั่วแดง (GI 31) — โปรตีน 7 กรัม/100กรัม, ธาตุเหล็กสูง

อัลมอนด์ (GI 0) — มีแมกนีเซียม 275 mg/100g ที่ช่วยเพิ่มความไวอินซูลิน (DBK หน้า 36)

วอลนัท (GI 15) — โอเมกา 3 สูง ลดการอักเสบของหลอดเลือด

เมล็ดทานตะวัน (GI 35) — แมกนีเซียม + วิตามิน E

เมล็ดฟักทอง (GI 25) — สังกะสีสูง กระตุ้นการสร้างอินซูลิน


หมวด 3: ผัก — กินได้ไม่อั้น (เกือบทุกชนิด)

ผักที่ไม่ใช่ผักรากแป้ง (ไม่ใช่มัน ฟักทอง แครอต ที่ปริมาณมาก) ผู้ป่วยเบาหวานกินได้ไม่อั้น เพราะ GI ต่ำ แคลอรี่ต่ำ และเส้นใยสูง

กะหล่ำปลี (GI 15) — ตาม DBK หน้า 106 “ปรับระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด มีโครเมียมที่ช่วยปรับระดับน้ำตาล” แนะนำ 100 กรัม/วัน

กะหล่ำดอก (GI 15)“รักษาระดับความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคสให้เป็นปกติ” (DBK หน้า 130) แนะนำ 50-100 กรัม/วัน

มะเขือเทศ (GI 15)“เพิ่มคุณภาพของฮอร์โมนอินซูลินและความไวของตัวรับ” (DBK หน้า 154) แนะนำ 100-200 กรัม/วัน

ผักใบเขียวเข้ม — ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ตั้งโอ๋ — เส้นใยสูง + แมกนีเซียม

แตงกวา (GI 15) — กินสดได้เยอะ น้ำเยอะ แคลอรี่ต่ำ

ฟัก (GI 15) — คลายร้อน แคลอรี่ต่ำ

หัวใช้เท้า (Turnip) — GI ต่ำ เส้นใยสูง

พริกหวาน — วิตามิน C สูงมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

เห็ดทุกชนิด — เส้นใย + โปรตีน + แทบไม่มีคาร์บ

หัวหอมและกระเทียม — มีสาร Allicin ที่ลดน้ำตาลในเลือดได้


หมวด 4: โปรตีนคุณภาพสูง — สร้างกล้ามเนื้อ คุมความหิว

โปรตีนสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะช่วย ชะลอการดูดซึมน้ำตาล และ เพิ่มความรู้สึกอิ่ม ปริมาณที่แนะนำคือ 0.8-1.0 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก./วัน

ไข่ (โดยเฉพาะไข่ขาว) — โปรตีนสมบูรณ์, ไข่ขาวแทบไม่มีไขมัน ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูงจำกัดไข่แดงที่ 3-4 ฟอง/สัปดาห์

ปลาเนื้อขาว (ปลากะพง ปลาดอรี่ ปลาทู ปลาน้ำดอกไม้) — โปรตีนดี ไขมันต่ำ

ปลาทะเลน้ำลึก (แซลมอน ทูน่า แมกเคอเรล) — โอเมกา 3 สูง ต้านการอักเสบ (DBK หน้า 50)

ไก่อก (ไม่ติดหนัง) — โปรตีนสูง ไขมันต่ำ

เนื้อหมูสันในไม่ติดมัน — ใช้ได้จำกัด

เต้าหู้และนมถั่วเหลืองไม่หวาน — โปรตีนพืช + Isoflavone

กุ้ง หอย ปู — โปรตีนต่ำไขมัน (ระวังโซเดียมในซอส)

⚡ สำหรับคนที่จริงจังกับสุขภาพ

อ่านแล้วงงว่าต้องกินยังไงดี?

ให้เราช่วยวางแผนให้คุณ

✨ ปรึกษาฟรี ทาง LINE

ทัก LINE ได้ทันที · ไม่ต้องกรอกฟอร์ม

ปลาหมึก — โปรตีนสูง ปริมาณพอดี

ถั่วงอก — โปรตีนพืช ราคาประหยัด


หมวด 5: ผลไม้ GI ต่ำที่กินได้สบายใจ

ผลไม้ “ไม่ห้าม” สำหรับเบาหวาน แต่ต้องเลือกชนิด GI ต่ำ และควบคุมปริมาณ 2-3 ส่วน/วัน (1 ส่วน = ผลขนาดปานกลาง 1 ลูก หรือ 100-150 กรัม)

ฝรั่ง (GI 12) — GI ต่ำที่สุดในกลุ่มผลไม้ วิตามิน C สูง

แอปเปิล (GI 36) — เส้นใยเพคตินช่วยชะลอน้ำตาล

ลูกพีช (GI 28) — แคลอรี่ต่ำ วิตามิน A สูง

สาลี่ (GI 38) — เส้นใยสูง คลายร้อน

องุ่นแดง (GI 43) — Resveratrol ต้านอนุมูลอิสระ จำกัด 15-20 ผล

เชอร์รี่ (GI 22) — GI ต่ำ แคลอรี่ต่ำ

สตรอว์เบอรี่ (GI 40) — วิตามิน C สูง

บลูเบอร์รี่ (GI 53) — Anthocyanin ดีต่อดวงตา (สำคัญสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน)

ส้มเขียวหวาน (GI 47) — วิตามิน C

ชมพู่ (GI 35) — แคลอรี่ต่ำ

แก้วมังกร (GI 48-60) — เส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ

มะเขือเทศเชอร์รี่ — กินเป็นของว่างได้


หมวด 6: ไขมันดีและเครื่องดื่ม

ไขมันดี (จำกัดปริมาณ 20-30g/วัน)

อโวคาโด — MUFA, เส้นใย, potassium

น้ำมันมะกอก Extra Virgin — ใช้ราดสลัด ไม่ทอดความร้อนสูง

น้ำมันงา — หอม ใช้โรยอาหาร ต้านการอักเสบ

น้ำมันเมล็ดองุ่น — ทนร้อน ใช้ผัดได้

น้ำมันรำข้าว — แกมมา ออไรซานอล

เครื่องดื่ม

น้ำเปล่า — 1.5-2 ลิตร/วัน (ดีที่สุด)

ชาเขียว — EGCG ช่วยคุมน้ำตาล

กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล — งานวิจัยพบว่าลดความเสี่ยงเบาหวาน

น้ำสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาล — เก็กฮวย ใบเตย ตะไคร้

นมจืด (Low-fat) — โปรตีน + แคลเซียม

น้ำมะพร้าวธรรมชาติ — จำกัด 1 แก้ว/วัน (มีน้ำตาลธรรมชาติ)


ประยุกต์ใช้จริง — เมนู 1 วันที่ถูกต้อง

มื้อเช้า: ข้าวโอ๊ต 50g + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แอปเปิล 1/2 ลูก + กาแฟดำ

มื้อกลางวัน: ข้าวกล้อง 1 ทัพพี + ปลาทูนึ่ง 100g + ผักลวก (กะหล่ำ+แตงกวา) 1 จาน + น้ำเปล่า

ของว่างบ่าย: อัลมอนด์ 1 กำมือ (15g) + สตรอว์เบอรี่ 5-6 ผล

มื้อเย็น: ควินัว 1/2 ทัพพี + อกไก่ย่าง 80g + ผักบุ้งไฟแดง (ใช้ เครื่องปรุงลดโซเดียม) + ซุปเต้าหู้ฟัก

ของว่างก่อนนอน: นมจืด 1 แก้ว + วอลนัท 3-4 ลูก (ถ้าหิว)

ดูเมนู 7 วันฉบับละเอียดที่ เบาหวาน อาหารเช้า + เมนู 7 วัน


🍱 อยากได้แผนอาหารเบาหวานเฉพาะคุณ?

ปรึกษานักโภชนาการของเราฟรี — รับเมนู 7 วัน + รายการซื้ออาหาร พร้อมปริมาณเฉพาะคุณ
💬 ทัก LINE | 🍱 ดูปิ่นโตอาหารสุขภาพ | 📞 095-939-5199


คำถามที่พบบ่อย

### Q: เบาหวานกินข้าวเหนียวได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ ข้าวเหนียว GI สูง (87) สูงกว่าข้าวสวยทั่วไป ควรเปลี่ยนเป็นข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่แทน

### Q: กินผลไม้ตอนไหนดีที่สุด?
A: ทานก่อนอาหาร 30 นาที หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงกินคู่อาหารคาร์บสูงเพราะรวมกันจะน้ำตาลพุ่ง

### Q: กาแฟใส่นมสด กินได้ไหม?
A: ได้ แต่ต้องเลือกนมจืด Low-fat และไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม จำกัด 1-2 แก้ว/วัน หลีกเลี่ยงกาแฟแบบ Latte/Frappuccino ที่มีน้ำตาลสูง

### Q: เบาหวานกินมังสวิรัติได้ไหม?
A: ได้และดีมาก งานวิจัย Adventist Health Study-2 พบว่ามังสวิรัติลดความเสี่ยงเบาหวาน Type 2 ได้ 78% ต้องมั่นใจว่าได้โปรตีนเพียงพอจากถั่ว เต้าหู้ เทมเป้

### Q: กินไข่วันละกี่ฟองได้?
A: ผู้ไม่มีคอเลสเตอรอลสูง กินได้ 1-2 ฟอง/วัน ผู้มีคอเลสเตอรอลสูงจำกัดไข่แดง 3-4 ฟอง/สัปดาห์ แต่ไข่ขาวกินได้ไม่จำกัด

### Q: มื้อไหนสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน?
A: มื้อเช้าสำคัญที่สุด การ skip มื้อเช้าทำให้น้ำตาลสวิงเยอะและร่างกายพยายามชดเชยด้วยการกินเยอะตอนมื้อต่อไป ควรกินครบ 3 มื้อในเวลาสม่ำเสมอ


บทความที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความนี้เขียนและตรวจสอบโดยทีมนักโภชนาการวิชาชีพของ Green & Organic ผู้เชี่ยวชาญโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และโรคเรื้อรัง อ้างอิงจาก American Diabetes Association (ADA), International Tables of Glycemic Index 2021 และหนังสือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ฉบับประยุกต์ใช้อาหารบำบัด

ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง

เริ่มด้วยอาหารที่เหมาะกับคุณ

นักโภชนาการดูแลทุกเคส · ดูแลผู้ใช้แล้ว 10,000+ ราย

Similar Posts